นายสุเมธ ประสงค์พงษ์ชัย ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (หรือ GIT) ขึ้นกล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วมการประชุมประชาพิจารณ์รับฟังข้อคิดเห็นต่อร่างมาตรฐานด้านอัญมณีเครื่องประดับและโลหะมีค่าและมอบใบขึ้นทะเบียนห้องปฏิบัติการ GIT Standard แก่ศูนย์พัฒนาวัสดุด้วยเทคโนโลยีลำไอออนและการวิเคราะห์เชิงแสงอุทยานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (STEP) โดยมี รศ.ดร.ปิติวัฒน์ วัฒนชัย ผู้อำนวยการ STEP เป็นผู้รับมอบ ณ ห้องรัตนโกสินทร์ ชั้น 1 โรงแรมเดอะสุโกศล ถนนพญาไท กรุงเทพ เมื่อช่วงเช้าวันที่ 24 กรกฎาคม 2567
สำหรับการดำเนินการ GIT STANARD ได้จัดตั้งขึ้นมาตั้งแต่ปี ตั้งแต่ปี 2563 - 2566 เพื่อสร้างมาตรฐานสำหรับห้องปฏิบัติการตรวจสอบอัญมณีและเครื่องประดับของประเทศ เปิดโอกาสให้ห้องปฏิบัติการขนาดเล็กสามารถพัฒนาและยกระดับคุณภาพมาตรฐานการตรวจวิเคราะห์/ทดสอบสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับ และเพื่อให้ห้องปฏิบัติการตรวจสอบอัญมณีและเครื่องประดับที่เปิดให้บริการอยู่ในปัจจุบัน สามารถนำ GIT Standard นี้ไปใช้เพื่อให้เป็นมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ ครอบคลุมด้านมาตรฐานห้องปฏิบัติการและระบบกาปฏิบัติงาน รวมถึงได้มีการพัฒนามาตรฐานในด้านระบบข้อมูลสารสนเทศในด้านอัญมณีและเครื่องประดับ เพื่อสามารถมาใช้เป็นมาตรฐาน และเป็นแหล่งอ้างอิงทางเทคนิคและวิชาการของประเทศ รวมถึงยังเป็นประโยชน์ในการออกแบบสร้างสรรค์ การตรวจวิเคราะห์บนพื้นฐานที่ถูกต้องตรงกัน และเป็นการพัฒนาการยกระดับมาตรฐานการยกระดับมาตรฐานห้องปฏิบัติการในประเทศให้เข้าสู่ระดับสากลได้ โดยปัจจุบันได้ดำเนินการจัดทำและประกาศใช้มาตรฐานห้องปฏิบัติการตรวจสอบ อัญมณี เครื่องประดับ และโลหะมีค่า และมาตรฐานด้านหลักเกณฑ์ GIT เป็นจำนวน 25 ขอบข่าย โดยแบ่งเป็น มาตรฐานวิธีวิเคราะห์และทดสอบอัญมณีและเครื่องประดับ จำนวน 16 ขอบข่าย มาตรฐานวิธีวิเคราะห์และทดสอบโลหะมีค่า จำนวน 6 ขอบข่าย มาตรฐานด้านหลักเกณฑ์ GIT จำนวน 3 ขอบข่าย และครั้งนี้ ปี 2567 นี้ สถาบันได้จัดทำมาตรฐาน GIT Standard โดยเป็นด้านมาตรฐานวิธีวิเคราะห์และทดสอบโลหะมีค่า จำนวน 1 ขอบข่าย คือ การวิเคราะห์หาปริมาณทองคำ (Au) ความบริสุทธิ์สูง โดยวิธีหาผลต่างโดยเทคนิคไอซีพีโออีเอส (ICP-OES) และ มาตรฐานด้านข้อมูลและสารสนเทศสำหรับเครื่องประดับโลหะมีค่า จำนวน 1 ขอบข่าย คือ เมตาดาตาสำหรับข้อมูลเครื่องประดับไทย เล่ม 1 – อัตลักษณ์เครื่องประดับไทย รวมถึง การทบทวนมาตรฐานจำนวน 1 ขอบข่าย คือการวิเคราะห์หาปริมาณทองคำ (Au) ในเครื่องประดับทองคำโดยใช้วิธีคิวเพลเลชัน (ไฟร์แอสเซย์) ด้านมาตรฐานวิธีวิเคราะห์และทดสอบโลหะมีค่า ซึ่งจะมีการขอประชาพิจารณ์รับฟังข้อคิดเห็นต่อร่างมาตรฐานอัญมณีเครื่องประดับและโลหะมีค่าในการประชุมครั้งนี้ และมุมมองในการนำไปปรับปรุงและพัฒนาต่อไป