สถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ GIT หน่วยงานภายใต้การกำกับดูแลของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นำโดยนายสุเมธ ประสงค์พงษ์ชัย ผู้อำนวยการสถาบัน พร้อมด้วยนายทนง ลีลาวัฒนสุข รองผู้อำนวยการ (เทคนิค) และคณะเจ้าหน้าที่สถาบัน ลงพื้นที่จังหวัดพังงาและจังหวัดภูเก็ต ระหว่างวันที่ 27–29 พฤษภาคม 2569 เพื่อดำเนินกิจกรรมทัศนศึกษาและพัฒนาศักยภาพบุคลากรด้านงานวิจัยและนวัตกรรม ตลอดจนเสริมสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคการศึกษา และภาคเอกชนในพื้นที่
การลงพื้นที่ครั้งนี้เริ่มต้นที่เกาะปันหยี จังหวัดพังงา โดยคณะได้ศึกษาแนวทางการดำเนินงานของวิสาหกิจชุมชนด้านการเพาะเลี้ยงและแปรรูปหอยมุก ซึ่งเป็นแหล่งองค์ความรู้สำคัญในการต่อยอดงานวิจัยด้านวัสดุและทรัพยากรทางทะเล จากนั้นเดินทางสู่จังหวัดภูเก็ตเพื่อสำรวจมรดกทางวัฒนธรรมและสถาปัตยกรรมในย่านเมืองเก่า รวมถึงเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์เพอรานากัน และลงพื้นที่หาดกะหลิ่มเพื่อเก็บตัวอย่างทรัพยากรธรรมชาติ ซึ่งเป็นการเปิดมุมมองใหม่ในการประยุกต์ใช้ทรัพยากรท้องถิ่นและทุนทางวัฒนธรรม สู่การสร้างสรรค์นวัตกรรมด้านอัญมณีและเครื่องประดับ
ในวันที่สอง คณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่มุ่งเน้นการสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับผู้ประกอบการในอุตสาหกรรม โดยเริ่มจากการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์และการบริหารจัดการธุรกิจ ณ บริษัท พรีม่า เพิร์ล จำกัด ก่อนเข้าเยี่ยมชมบริษัท อมร ภูเก็ตเพิร์ล เพื่อศึกษามาตรฐานการเพาะเลี้ยงมุก การคัดคุณภาพ และกระบวนการผลิตในระดับอุตสาหกรรม ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการเพิ่มมูลค่าและยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของสินค้าไทยในตลาดโลก นอกจากนี้ คณะยังได้เข้าเยี่ยมชม Gems Gallery Phuket เพื่อศึกษารูปแบบการบริหารจัดการศูนย์แสดงและจำหน่ายอัญมณีและเครื่องประดับขนาดใหญ่ ตลอดจนลงพื้นที่หาดราไวย์เพื่อสำรวจบริบทพื้นที่ที่สามารถเชื่อมโยงสู่การพัฒนาโจทย์วิจัยเชิงสร้างสรรค์ในอนาคต
สำหรับกิจกรรมในวันสุดท้าย คณะได้เข้าร่วมประชุมหารือความร่วมมือด้านการวิจัยและนวัตกรรมกับคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต โดยได้รับเกียรติจาก รองศาสตราจารย์ ดร.ผุสดี พรผล คณบดีคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี พร้อมคณะผู้บริหาร ให้การต้อนรับและร่วมแลกเปลี่ยนแนวทางความร่วมมือด้านการใช้โครงสร้างพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ การพัฒนาศักยภาพนักวิจัย และการสร้างผลงานวิจัยที่ตอบโจทย์ความต้องการของภาคอุตสาหกรรม อันจะนำไปสู่การใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์และการสร้างผลกระทบเชิงสังคมอย่างเป็นรูปธรรม
ก่อนเสร็จสิ้นภารกิจ คณะได้เยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์เหมืองแร่ภูเก็ต เพื่อศึกษาประวัติศาสตร์การทำเหมืองแร่และรากฐานทรัพยากรอัญมณีที่มีความสำคัญต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของภูมิภาคในอดีต ซึ่งช่วยเสริมสร้างความเข้าใจในมิติทางประวัติศาสตร์และคุณค่าของทรัพยากรที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับไทย
การดำเนินกิจกรรมครั้งนี้นับเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ด้านการวิจัยและนวัตกรรมของ GIT ผ่านการบูรณาการองค์ความรู้จากชุมชน สถาบันการศึกษา และภาคอุตสาหกรรม เพื่อพัฒนาบุคลากร สร้างเครือข่ายความร่วมมือ และต่อยอดงานวิจัยสู่การใช้ประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรม อันจะนำไปสู่การยกระดับมาตรฐานและศักยภาพการแข่งขันของอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืนในเวทีสากล