มรกต เป็นหนึ่งในประเภทพลอยเบริลที่มีสีเขียว เป็นพลอยที่ไม่ค่อยสะอาด เพราะมีมลทินภายในค่อนข้างมาก แต่เป็นที่นิยมมากกว่าพลอยเบริลชนิดอื่นๆ แต่เนื่องด้วยมีสีเขียวสดที่สวยงามและหาที่มีคุณภาพดียาก จึงทำให้มรกตมีราคาสูงกว่าเบริลชนิดอื่น บางเม็ดที่มีคุณภาพดีราคาอาจใกล้เคียงกับเพชร แสดงดังรูปที่ 1
มรกตเป็นสัญลักษณ์ของความอุดมสมบูรณ์ ร่ำรวย ร่มเย็น เป็นอัญมณีประจำเดือนพฤษภาคมและครบรอบแต่งงานปีที่ 20 และ 35 มรกตเป็นส่วนหนึ่งในแก้วนพรัตน์ ที่มีความหมายถึงดาวพุธ จึงเป็นพลอยมงคลสำหรับผู้ที่เกิดในวันพุธ ซึ่งจะทำให้ผู้สวมใส่อยู่ยงคงกระพัน สามารถป้องกันอาวุธต่างๆและอุบัติเหตุ ส่วนผู้ที่เกิดในวันเสาร์ควรหลีกเลี่ยงที่จะสวมใส่มรกตเนื่องจากพลอยสีเขียวเป็นกาลกิณี
ในความหมายทางด้านสรีระ มรกตเป็นแร่ธรรมชาติที่ช่วยบำรุงสายตา และในความหมายทางด้านพลังจิต มรกตช่วยส่งเสริมการมองเห็นภาพแห่งอนาคต เชื่อกันว่ารักษาโรคบิดและเป็นยาระบายได้ ขณะสร้างความสัมพันธ์ทางความรักนั้น มรกตเผยถึงความจริงใจในคำมั่นสัญญาที่ชายหนุ่ม-หญิงสาวได้ให้ไว้ต่อกัน มันจะร้าวรานถ้าผิดคำสัญญาที่ได้ให้ไว้ต่อกัน
| เบริลเลียม อลูมิเนียม ซิลิเกต : Be3Al2Si6O18 | |
| สาเหตุการเกิดสี: | เขียวมรกต - โครเมียมหรือวานาเดียม หรือทั้งคู่ เขียวอมฟ้า - โครเมียมและเหล็ก |
| ค่าดัชนีหักเห (RI): | ประมาณ 1.568 - 1.590 (ขึ้นอยู่กับแหล่ง) |
| ไบรีฟรินเจนซ์: | ประมาณ 0.005 - 0.009 |
| ลักษณะทางแสง: | แสงหักเหคู่ (DR ) uniaxial negative |
| สีแฝด: | เขียวแกมน้ำเงินและเขียวหรือเขียวอ่อนอมเหลืองและเขียวเข้ม |
| ความโปร่ง: | โปร่งใส ถึง ทึบแสง (ขึ้นอยู่กับมลทินภายใน) |
| ความวาว (Luster): | แบบแก้ว (vitreous) |
| การเรืองแสง: | ส่วนใหญ่จะเฉื่อย (Inert) |
| ระบบผลึก: | ผลึกหกเหลี่ยม (Hexagonal) มีหัวผลึกที่ตัดราบ มีร่องขนานถี่ๆ ตามความยาวของหน้าผลึก ซึ่งแตกต่างจากผลึกควอรตซ์ ตรงที่ควอรตซ์จะมีร่องตามแนวขวางผลึก |
| ความแข็ง (Hardness) : | 7.5 ถึง 8 |
| ความถ่วงจำเพาะ (SG): | ประมาณ 2.68 - 2.80 ( โดยปกติ = 2.72) |
| รอยแตก: | รอยแตกเว้ากึ่งโค้ง (conchoidal) |
| ลักษณะมลทินภายใน: | มลทินของไหล (รูปที่ 2 และ 3) และ มลทินแร่อื่น |
| รูปทรงผลึก: | ที่พบบ่อย คือ ทรงปริซึม (ดังรูปที่ 5) หรือเป็นรูปแท่งแบนบาง (Thin tabular) ส่วนมรกตจากโคลัมเบียที่มีลักษณะพิเศษเรียกว่า "Trapiche emerald" ซึ่งมีลักษณะตัดกันเหมือนฟันของล้อเฟือง (รูปที่ 4) ชื่อนี้มาจากฟันเฟืองที่อยู่ในโรงงานอ้อยในโคลัมเบียเอง |
รูปที่ 2 แสดงมลทินของไหลชนิด 2 สถานะ (2-phase) |
รูปที่ 3 แสดงมลทินของไหลชนิด 3 สถานะ (3-phase)
|
รูปที่ 4 แสดง Trapiche emerald เป็นมรกตที่มีลักษณะเฉพาะ จากแหล่งโคลัมเบีย |
|
มรกตมีลักษณะการเกิดที่หลากหลายน่าสนใจ หลายคนคิดว่ามรกตต้องมาจาก โคลัมเบีย แซมเบีย หรือ บราซิล แต่แท้จริงแล้วมรกตมีอยู่ทั่วทุกทวีปแต่ที่ใดจะเป็นแหล่งสำคัญนั้น ขึ้นอยู่กับความสวยงาม ขนาด และปริมาณ ลักษณะการเกิดของมรกตจะขึ้นอยู่กับภูมิประเทศต่างๆ เช่นมรกตของโคลัมเบียพบอยู่ในหินปูน หรือหินดินดานสีเข้ม (รูปที่ 5) และอาจพบผลึกมรกตปะปนร่วมกับแร่ไพไรต์ (รูปที่ 6) แต่ส่วนใหญ่พบในหินแกรนิตและสายแร่เพกมาไทต์ นอกจากนี้ยังพบในหินแปรจำพวกไมกาชีสต์ ซึ่งมีแร่ดีบุกปนอยู่ด้วย
กระบวนการเกิดมรกตมีลักษณะพิเศษเฉพาะซึ่งต้องอาศัยสภาพแวดล้อมทางธรณีวิทยา และ ทางธรณีเคมีที่เหมาะสมซึ่งจะนำเอาธาตุโครเมียมและ/หรือ วานาเดียม มาพบกับธาตุเบริลเลียม ซึ่งมีเพียงไม่กี่แหล่งในโลกที่เกิดสภาวะแวดล้อมดังกล่าว โดยทั่วไปแล้วหินต้นกำเนิดจะต้องมีความสามารถในการทำให้เกิดการเคลื่อนที่หมุนเวียนของธาตุ ซึ่งเมื่อถูกกระตุ้นด้วยกิจกรรมทางธรณีวิทยา เช่น การเคลื่อนที่ของเปลือกโลก ซึ่งส่งผลให้แผ่นเปลือกโลกเกิดการแตกหัก เกิดรอยเลื่อน เกิดการคดโค้ง โก่งงอ ซึ่งส่งผลให้มีการเคลื่อนที่ของของเหลวในระบบ มาตามแนวรอยแตกซึ่งจะนำพาธาตุต่าง ๆ ที่เหมาะสมในการเกิดมรกตจากหินต้นกำเนิดมาพบกัน
มรกตนั้นสามารถเกิดการตกผลึกได้ในหลายลักษณะทั้งในหินชิสท์ หินไนส์ และ หรือในข่องว่างต่างๆ หรือในควอตซ์เลนส์ ตามแนวรอยแตกและรอยเลื่อนต่าง ๆ เป็นต้น (Petrov and Neumeier, 2002)
รูปที่ 5 มรกตของโคลัมเบียพบอยู่ในหินปูน |
รูปที่ 6 พบผลึกมรกตปะปนร่วมกับแร่ไพไรต์ |
มรกตจัดเป็นพลอยที่มีการปรับปรุงคุณภาพมากที่สุดเนื่องจากมีลักษณะรอยแตกภายในค่อนข้างมาก จึงนิยมใส่สารเพื่อช่วยบดบังรอยแตกนั้นๆ ได้แก่ น้ำมันพืช น้ำมันจากแร่ หรือแม้แต่น้ำมันหล่อลื่น โดยสารพวกนี้จะซึมเข้าไปในรอยแตก นอกจากนี้ยังมีสารที่มาจาก ยางสนธรรมชาติที่เรียกว่า Canada balsam ซึ่งมีค่าดัชนีหักเหใกล้เคียงกับมรกต ส่วน Cedar wood oil และสารจากธรรมชาติอื่นๆที่มีค่าดัชนีหักเหพอๆกันจะมีราคาแพงกว่า เราอาจมองไม่เห็นสารที่ว่านี้แม้ใช้กล้องจุลทรรศน์ที่มีกำลังขยายสูงๆ
Sinkankas, J., 1989. Emerald and Other Beryls. Geoscience Press, Prescott, Arizona: 665 p.
Ward, F. 1993. Emerald. Gem Book Publishers: 64p.
Petrov A. and Neumeier G.,2002. Emerald of the World. Lapis International, Germany: 100 p.