งานบริการข้อมูล
งานบริการข้อมูล
2556-07-31: เสน่ห์แห่งสีเขียว...มรกต
  • 648 เข้าชม

เสน่ห์แห่งสีเขียว...มรกต

หลบลมร้อนกันสักนิด ในวันนี้คอลัมน์สีสันอัญมณี นำเรื่องราวของอัญมณีประจำเดือนเกิดของผู้ที่เกิดในเดือนพฤษภาคม มาแนะนำให้ทราบค่ะ แต่นอกจากจะเป็นอัญมณีประจำเดือนเกิดของผู้ที่เกิดในเดือนนี้

มรกตเป็นอัญมณีอีกชนิดหนึ่งที่ได้รับความนิยมมานาน มีความสวยงาม ราคาสูง และหายาก มรกตเป็นแร่เบริล ชนิดหนึ่งที่มีสีเขียว มีองค์ประกอบเป็นเบริลเลียมและอะลูมิเนียม สีเขียวเกิดจากธาตุโครเมียมหรือวาเนเดียม หรือทั้งสองธาตุบางแหล่งอาจเกิดจากธาตุเหล็ก

     

 

มรกตมีลักษณะโปร่งแสงถึงโปร่งใส มีความแข็ง 7.5 - 8 แต่มีความเปราะและแตกง่าย มีความถ่วงจำเพาะ 2.68 - 2.78 สีเขียวที่เรียกว่า สีมรกต นั้นควรเป็นสีเขียวปานกลางถึงสีเขียวสด จนถึงสีเขียวแกมฟ้า มีโทนสีสว่างปานกลาง

มรกตมากจากภาษากรีกว่า “SMARAGDOS” หมายถึง สีเขียว ภาษาอังกฤษสมัยกลางเรียกว่า “ESMERALDE” คนโบราณเชื่อว่า มรกตสามารถขจัดปัดเป่าปัญหาต่างๆ ช่วยรักษาโรคปัญญาอ่อน ช่วยรักษาสายตา และช่วยให้ผู้สวมใส่ล่วงรู้อนาคตได้ แหล่งมรกต ได้แก่ โคลัมเบีย แซมเบีย บราซิล ซิมบับเว อัฟกานิสถาน และรัสเซีย มรกตที่มีราคาค่อนข้างสูงและมีคุณภาพดีมักมาจากโคลัมเบีย มรตกในท้องตลาดโดยทั่วไปมักผ่านการแช่น้ำมันหรือสารอินทรีย์บางชนิดเพื่ออำพรางตำหนิรอยร้าวภายใจ และเพิ่มสีให้ดูสวยงาม ทั้งนี้ไม่ว่ามรกตจะมาจากแหล่งใดก็ตาม ก็ย่อมมีทั้งคุณภาพสีที่ดี มีความสวยงามและคุณภาพต่ำปะปนกันไป อย่างไรก็ดี มรกตชั้นดี คุณภาพสูงและราคาแพงควรมีลักษณะดังนี้

  • มีสีเขียวสด
  • มีความใส มีมลทนน้อย หรือมีรอยแตกร้าวน้อย
  • ไม่มีคราบสีเหลือง น้ำเงิน หรือขาวปน (แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นกับรสนิยมของแต่ละบุคคล)

มรกตมักนิยมเจียระไนเป็นรูปแปดเหลี่ยมที่เรียกว่า เหลี่ยมมรกต (Emerald cut) เนื่องจาก โดยธรรมชาติแล้ว มรกตเป็นอัญมณีที่มักมีตำหนิมลทิน มีรอยร้าวมากและมีความเปราะสูง นอกจากนี้มรกตยังมีค่าดัชนีหักเหของแสงค่อนข้างต่ำ จึงต้องเจียระไนเป็นเหลี่ยมมรกต ( 8 เหลี่ยม ) ซึ่งจะทำให้ประกายความสวยงามของสีมากกว่าการเจียระไนแบบอื่นๆ โดยมั่วไปมรกตนิยมนำมาทำเป็นเครื่องประดับ จำพวก แหวน สร้อยข้อมือ สร้อยคอ จี้ ต่างหู โดยมักใช้ร่วมกับอัญมณีอื่นๆ เช่น เพชร โทแพซ หรือทับทิมเพราะมีสีสันตัดกับสีเขียวของมรกต

มรกตเป็นอัญมณีประจำเดือนพฤษภาคม และมีความยิ่งใหญ่ในสมัยโรมันโบราณ โดยนักธรรมชาติโรมที่ชื่อ ไพลนี มีอายุในช่วง ค.ศ. 23 - 79 เป็นผู้ศึกษาก้อนหินที่มีสีเขียว ซึ่งในความเห็นของเขา สีเขียวของมรกตมีประโยชน์ที่สุดในบรรดาหินมีค่าสีเขียวทั้งหมด และเขายังเป็นผู้จัดให้มรกตอยู่ในกลุ่มของเบริล ในขณะที่คนอื่นเข้าใจว่ามรกตเป็นหินมีค่าประเภทหนึ่งที่แยกออกมา ความคิดของไพลนีได้ถูกพิสูจน์ว่าถูกต้องในศตวรรษที่ 19 มรกต เป็นสัญลักษณ์ของความอุดมสมบูรณ์ ร่ำรวย ร่มเย็น เชื่อกันว่ารักษาโรคบิดและเป็นยาระบายได้ นอกจากนี้ มรกตเป็นแร่ธรรมชาติที่ช่วยบำรุงสายตา และเชื่อกันว่ายังช่วยส่งเสริมการมองเห็นภาพแห่งอนาคต ส่วนในเรื่องของความรักนั้น มรกตหมายถึงความจริงใจของคำมั่นสัญญาอีกด้วย