งานบริการข้อมูล
งานบริการข้อมูล
2556-11-27: รอบรู้เรื่องโลหะ
  • 1561 เข้าชม

รอบรู้เรื่องโลหะ

จากสัปดาห์ที่ผ่านมา เราได้ทราบถึงคุณสมบัติของโลหะเงิน โลหะมีค่าที่นิยมนำมาผลิตเป็นเครื่องประดับตั้งแต่อดีตจวบจนถึงปัจจุบัน ซึ่งคงทำให้ท่านผู้อ่านได้ทราบกันแล้วว่าถึงแม้จะเรียกว่าเงิน แต่มีความแตกต่างกันอยู่เล็กน้อย สำหรับเงินประเภทต่างๆ และในวันนี้เราจะขอนำทุกท่านมารู้จักกับโลหะอีกสองชนิดที่มีความสำคัญต่ออุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับไม่น้อยเลยทีเดียว เพียงแต่เรามักมองข้ามไป เนื่องจากโลหะเหล่านี้อยู่ในฐานะของโลหะผสมภายใต้โลหะมีค่าที่เรารู้จักกันนั่นเอง

โลหะมีค่า ประเภทแรกที่เราควรรู้จักนั่นคือ ทองแดง (Copper) ทองแดงนับเป็นโลหะที่มีสีสันสวยงาม ถึงแม้ว่าจะไม่ถูกจัดกลุ่มให้อยู่ในกลุ่มโลหะมีค่าก็ตาม แต่อย่างไรก็ตามทองแดงก็ถือได้ว่าเป็นโลหะที่มีประโยชน์อย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะในวงการอุตสาหกรรมผลิตอุปกรณ์ไฟฟ้าชนิดต่างๆ เนื่องจากทองแดงเป็นโลหะที่สามารถนำไฟฟ้าและความร้อนได้เป็นอย่างดี รองลงมาจากทองคำและเงิน

 

สำหรับความนิยมที่ใช้ทองแดงทำเครื่องประดับนั้น มีมาตั้งแต่ในยุคบรอนซ์ นอกจากนี้ทองแดง และโลหะทองแดงผสมยังสามารถผลิตได้หลากหลายสี และมีกรรมวิธีในการสร้างสีของผิวขึ้นได้มากมาย ตั้งแต่สีชมพู เหลือง ขาว แดง หรือ แม้แต่สีดำ ก็สามารถทำได้ ซึ่งแม้ว่าทองแดงและโลหะผสมทองแดงนั้นจะมีปริมาณมาก แต่คุณสมบัติโดยรวมไม่สามารถเทียบเท่าโลหะมีค่า จึงมักจะจัดให้โลหะนี้ใช้สำหรับเป็นเครื่องประดับเทียม หรืออาจเรียกได้ว่าเครื่องประดับตามสมัยนิยม (เครื่องประดับแฟชั่น)

ทองแดงในธรรมชาติมีการค้นพบทั้งที่เป็นโลหะอิสระ (Native element) หรือพบเป็นสินแร่ (Copper ore) หลายชนิด ซึ่งแหล่งแร่เหล่านี้ค้นพบอยู่กระจัดกระจายทั่วโลก ในแง่ของการทำเครื่องประดับนั้น ทองแดงนับได้ว่าเป็นโลหะผสมที่สำคัญมาก สามารถนำไปใช้ผสมกับทองคำและเงินได้ ส่วนโลหะผสมที่มีทองแดงเป็นองค์ประกอบหลัก เช่น ทองเหลือง (Brass) ประกอบด้วยทองแดง 70% และสังกะสี 30% ก็เป็นที่นิยมในการทำเครื่องตกแต่งบ้านหรือทองแดง 87.5% และสังกะสี 12.5% จัดเป็นโลหะผสมที่มีสีเหลืองสวยงามเหมือนทองคำ จึงนิยมนำไปใช้ทำเครื่องประดับเทียม/เครื่องประดับแฟชั่น ที่มีราคาย่อมเยากว่า หรือแม้แต่ทองสัมฤทธิ์ (Bronze) ซึ่งเป็นโลหะผสมของทองแดง ดีบุกและสังกะสีเล็กน้อย ที่นิยมนำไปใช้ในงานเครื่องประดับเช่นกัน ก็ยังได้รับความนิยม และที่สำคัญทราบหรือไม่ว่าเหรียญที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบันก็มีทองแดงเป็นโลหะผสมอยู่ด้วยเช่นกัน

แม้ว่าโลหะทองแดงจะมีความสวยงาม แต่เหตุใดทำไมถึงไม่นิยมิใช้ทองแดงมาทำเป็นเครื่องประดับ หรือใช้เป็นโลหะหลักโดยตรง นั่นเพราะว่า ทองแดงนั้นสามารถเกิดปฏิกิริยาเคมีกับออกซิเจน ในน้ำและอากาศจะเกิดเป็นคราบสีเขียวๆ ที่ผิวได้ถ้าเราปล่อยให้สัมผัสกับน้ำและอากาศเป็นเวลานาน รวมทั้งอาจเกิดคราบสีดำ หรือคราบสีชมพูได้เมื่อโดนความร้อนอีกด้วย

    

 

และอีกโลหะที่สำคัญที่เราจะมาแนะนำให้ทุกท่านได้ทราบนั่นก็คือ สังกะสี (Zinc) สำหรับสังกะสีนับว่าเป็นโลหะอีกชนิดหนึ่งที่มนุษย์รู้จักและใช้ประโยชน์กันมาเป็นเวลานานแต่ในอดีต สังกะสีมักถูกใช้ในรูปของโลหะผสมมากกว่าที่ใช้เป็นลักษณะของโลหะอิสระ (ใช้เพียงตัวเดียว) โดยมนุษย์เริ่มมีการถลุงโลหะสังกะสีมาใช้งานนับตั้งแต่ช่วงปี ค.ศ. 1000 ในประเทศจีนและอินเดีย และเริ่มเผยแพร่เข้าสู่ยุโรปในช่วงศตรวรรษที่ 17

ประโยชน์ของสังกะสีที่สำคัญคือเป็นโลหะผสมกับโลหะอื่น เช่นใช้ผสมในอะลูมิเนียม ในการทำแม่แบบโลหะเป็นองค์ประกอบในการทำทองเหลือง ใช้ในการชุดเคลือบผิวเหล็กกล้า เพื่อป้องกันสนิม ใช้ในอุตสาหกรรมผลิตอุปกรณ์ไฟฟ้าหลายชนิด เช่นการผลิตฟิวส์ การผลิตถ่ายไฟฉายและแบตเตอรี่ ใช้เป็นส่วนผสมในยางและสี จากรายละเอียดข้างต้น ดูเหมือนว่าสังกะสีจะไม่ค่อยเข้ากับเครื่องประดับเท่าไรนัก แต่ในความเป็นจริงแล้ว เนื่องจากสังกะสีเป็นธาตุที่ให้สีขาวปนน้ำเงินเล็กน้อย เมื่อนำไปผสมกับโลหะมีค่าต่างๆ จะก่อให้เกิดสีที่สวยงาม และนอกจากนี้ยังไม่ผุกร่อนได้ง่ายอีกด้วย โดยธาตุสังกะสีนั้นพบในธรรมชาติส่วนมากเป็นรูปสารประกอบโลหะในรูปของสารประกอบซัลไฟต์ ร่วมกับโลหะชนิดอื่นๆ พบกระจายทั่วไปทั้งในบริติชโคลัมเบีย แคนาดา ภาคตะวันตกของอเมริกา เปรู ออสเตรเลีย และญี่ปุ่น

ซึ่งแม้ว่าโลหะทั้งสองชนิดที่เรานำมาให้ทุกท่านได้รู้จักในวันนี้ อาจจะไม่ใช่โลหะใหม่ที่มีบนโลกใบนี้ แต่อย่างน้อยก็ทำให้ท่านได้ทราบว่า โลหะบางชนิดที่ดูเหมือนไม่สำคัญนั้น แต่ยังมีความสำคัญอยู่ในทุกอุตสาหกรรมเช่นกัน เหมือนกับทุกๆ สิ่งในโลก ไม่มีสิ่งใดที่มีค่า เพียงแต่อยู่อย่างไร และนำมาใช้อย่างไรเท่านั้น

ภาพจาก 500 Metal Vessels